ReadyPlanet.com
dot dot
dot
EASY DIVERS Help desk online
dot
bulletWe are EASY DIVERS!
bulletEASYDIVERS.space.live.com
bulletMSN online 24hrs
bulletMobile :084 689 1900
bulletTel 077425397 (07:30-23:00)
bulletMoney / Exchange
bulletGallery
dot
Thailand Accomm (ห้องพักทั่วไทย)
dot
bulletBangkok (กรุงเทพฯ)
bulletCentral & North Thailand
bulletChiang Mai(เชียงใหม่)
bulletChumphon
bulletHua Hin / Cha Am
bulletKoh Samui (เกาะสมุย)
bulletKoh Phangan(เกาะพงัน)
bulletKoh Tao (เกาะเต่า)
bulletKrabi/ Lanta /Phi Phi
bulletPattaya
bulletPhang Nga / Khao Lak
bulletPhuket (ภูเก็ต)
bulletRayong / Koh Samet
bulletTrat / Koh Chang
dot
All about Koh Samui
dot
bulletSightseeing Tours 1 day Trip
bulletSamui Wedding Package
bulletKoh Samui Info(Eng)
bulletKoh Samui (Thai)
bulletThe Weather
bulletKoh Tao Info(Eng)
bulletKoh Tao Phone
bulletKohTao info (Thai)
bulletDiving at Koh Tao
dot
EASY DIVERS at Bangkok
dot
bulletMap in Bkk(ไทย และ Eng)
bulletEASY DIVERS office
bulletSamui EASY DIVERS
bulletDiving on Samui
bulletPADI Open Water Course
bulletTourboat SeaStar(Gallery)
bulletHigh Speedboat(Gallery)
bulletMap of EASY DIVERS Shop
bulletRoom Online
dot
EASY DIVERS Link
dot
bulletScuba Link
dot
Maps
dot
dot
Shopping
dot
bulletScuba Equipment
dot
Newsletter & new Promotion

dot
bulletEASY DIVERS Job today!!!
dot
Trips & Tricks
dot
bulletเรียนดำน้ำหลักสูตร PADI&NAUI
bulletรายชื่อสถาบันเกี่ยวกับการดำน้ำ
bulletสาเหตุเสียชีวิตของนักดำน้ำ
bulletสภาพอากาศในแต่ละเดือน
bulletสารพันปัญหาการซื้อฟิน(Fins)
bulletแนะนำฟิน(Fins) 8 รุ่นน่าใช้
bulletมาเรียนดำน้ำกันเถอะ
bulletผู้หญิงกับการดำน้ำ
dot
About Thailand
dot
bulletThailand
bulletDo's and Don't in Thailand
bulletข้อมูลที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน
bulletFull Moon Party
bulletAbout Koh Phangan
dot
เทคนิคเด็ด วิธีช่วยปิดการขายเร็วๆ
dot
bulletเทคนิคเด็ด วิธีช่วยปิดการขาย


www.samui-info.com
Sight Seeing Tour 1 day Trip


ผู้หญิงกับการดำน้ำ

ในปัจจุบันมีนักดำน้ำผู้หญิงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน

ซึ่งจาก สถิติที่ผ่านมา พบว่าราว40 %ของจำนวนนักดำน้ำที่มาเรียนเป็นผู้หญิง  ทั้งนี้ก็เพราะกีฬาดำน้ำไม่ได้เป็นกีฬาที่จำกัดไว้   เฉพาะคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งแบบผู้ชายเท่านั้น โลกใต้น้ำเปิดกว้าง สำหรับนักดำน้ำทุกเพศทุกวัยที่มีความรักและหลงใหลในผืนน้ำ   และธรรมชาติใต้ทะเลอยู่ เสมอ ถึงแม้ว่าธรรมชาติจะสร้างให้ผู้ชายมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงกว่าผู้หญิง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดเป็น ความแตกต่างกันใน ด้านความสามารถของการดำน้ำ เพราะเมื่อนักดำน้ำสวมอุปกรณ์อยู่ใต้น้ำแล้วน้ำที่อยู่  รอบ ๆ ตัวเราจะเป็นตัวพยุงน้ำหนักเหล่านั้นไว้ หรือแม้กระทั่งขณะที่ขนย้าย อุปกรณ์บนบก เราก็มีเครื่องทุ่นแรงหลาย อย่างที่สามารถ ดัดแปลงมาใช้ช่วยขนของได้เช่น รถเข็น รถลากกระเป๋า และเพื่อนดำน้ำชาย

 
       เรามักจะพบเสมอว่านักดำน้ำผู้หญิงใช้อากาศหายใจใต้น้ำน้อยกว่านักดำน้ำผู้ชาย ทั้งนี้ก็เพราะว่าหัวใจ และปอดของ ผู้หญิงมีขนาดเล็กกว่าผู้ชายทำ ให้การหายใจโดยใช้อากาศเพียง เล็กน้อยก็มีประสิทธิภาพดีพอๆ กับการที่ผู้ชายหายใจด้วยอากาศในปริมาณที่  มากกว่า อย่างไร ก็ตาม  ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบหายใจด้วยนั่นคือ อัตราการเต้นของ หัวใจหรือที่เราเรียกว่า ชีพจร ซึ่งพบว่าชีพจรของผู้หญิงค่อนข้างที่จะเต้นเร็วกว่าผู้ชายเล็กน้อย(ประมาณ 70-80 ครั้ง/นาที ในขณะที่ชีพจรของผู้ชายเต้นประมาณ 60-70 ครั้ง/นาที) ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงควรระมัดระวังในการออกแรงมากเกินไปในเวลาสั้นๆเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อการเต้นของหัวใจเร็วเกินไป    มีข้อแนะนำเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้คือ   ควรออกกำลังอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ในการดำน้ำนี้ผู้หญิงจึงควรฝึกอย่าง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพื่อป้องกันการใช้แรงมากเกินไปอย่างฉับพลัน

 


       คำถามที่คุณสุภาพสตรีมักจะสงสัยอยู่เสมอก็คือ  ในช่วงวันนั้นของเดือนจะลงดำน้ำได้  หรือไม่  (หลายคนคงกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อล่อฉลาม)

คำตอบก็คือสามารถดำได้ถ้า หากร่างกายของคุณรู้สึกสบายดี แต่บางคนที่มีอาการปวดศรีษะหรืออาการไม่สบายอื่นๆ ร่วมด้วยก็ควรจะงดลงดำน้ำในช่วงวันแรกๆ  ของรอบเดือนจนกว่าจะรู้สึกเป็นปกติ  เพราะไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวันไหนของเดือนก็ตามความสมบูรณ์ของร่างกายย่อมเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการดำ
น้ำอย่างมีความสุข

 


       ข้อควรปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งสำหรับคุณสุภาพสตรีที่ปรารถนาจะดำน้ำด้วยความอบอุ่นใจ และอบอุ่นกายก็คือ    

พยายามรักษาร่างกาย  ให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยใส่ชุดสำหรับดำน้ำ  เช่น  WET SUIT  ที่มีขนาดพอดีกับตัว   และป้องกันการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี  ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่ช่วย   กักเก็บความร้อนให้แก่ร่างกายไว้มากกว่าผู้ชายก็ตาม  แต่เมื่อเทียบพื้นที่ผิวของร่างกายที่เป็นส่วนระบายความร้อนออกจากตัวได้นั้นผู้หญิงมักจะมีพื้นที่ผิวของตัว  มากกว่าผู้ชาย    เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว  ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนได้เร็วกว่าผู้ชาย  นอกจากนี้  ขณะที่มีการออกกำลังกายความร้อนที่เกิดขึ้นภายในกล้ามเนื้อก็จะ มีสัดส่วนมากน้อยตามขนาดของกล้ามเนื้อด้วย   อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้หญิงมักจะมีกล้ามเนื้อเล็กกว่าผู้ชายความร้อนที่ถูกสร้าง ขึ้นระหว่างที่กล้ามเนื้อทำงานจึงอาจจะมีไม่มากพอที่จะทำให้ร่างกายอบอุ่น  ในขณะที่ดำน้ำอยู่นั้นผู้หญิงอาจจะรู้สึกหนาวได้เร็วกว่าผู้ชาย  ถ้าหากพบว่าตัวเอง เป็นคนที่หนาวง่ายกว่าคนอื่นๆ ก็จงอย่าลังเลที่จะใส่ชุด WET SUIT แม้ว่านักดำน้ำคนอื่นๆ จะใส่เพียงเสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือชุด  BODY   SU  บางก็
ตาม และขณะที่พักอยู่ที่ผิวน้ำให้เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแห้ง หาที่กำบังลมและหาเครื่องดื่มอุ่นๆ เพื่อทำให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น มากที่สุด

 


       โรคเบนด์ (Decompression Sickness or Bends) เป็นโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงได้ มากกว่าผู้ชาย   

ด้วยเหตุผลประการแรก   คือ   ผู้หญิงมีเนื้อเยื่อไขมันมากกว่าผู้ชาย และไขมันนี้ก็มีคุณสมบัติที่สามารถดูดซึมก๊าซไนโตรเจนไว้ได้มาก อีกประการหนึ่งก็คือ   ขณะที่มีรอบเดือนภายในช่องท้องจะมีลักษณะของการบวมน้ำ   และการเพิ่มปริมาณของของเหลวเกิดขึ้น    ซึ่งอาจจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ก๊าซไนโตรเจนถูกดูดซึมมาเก็บเอาไว้ที่เนื้อเยื่อส่วนนี้ได้มากขึ้น  แต่เท่าที่มีการศึกษามาก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดในข้อสันนิฐานเหล่านี้  เพราะโอกาสที่จะเป็น เบนด์ได้นั้น ยังมีปัจจัยต่างๆ อีกมาก  วิธีป้องกัน ที่ดีที่สุดก็คือการดำน้ำตามหลักของตารางดำน้ำ (แม้ว่าจะใช้ Dive Computer) และพยายามหยุดพักน้ำที่ระดับความลึก 15  ฟุต ทุกครั้งก่อนขึ้นสู่ผิวน้ำนักดำน้ำหญิงบางท่านอาจอยู่ในช่วงของการคุมกำเนิด  อาจจะไม่ สะดวก ใจที่จะลงดำน้ำในระดับลึกในขณะที่มีการคุมกำเนิดด้วยวิธี IUD (Intrauterine Device)  ซึ่งจะมีการใส่อุปกรณ์บางอย่างอยู่ภายในช่องท้อง ทำให้รู้สึกไม่สบายกาย   และใจ  เมื่อต้องลงไปอยู่ภายใต้ความกดดันของน้ำ อาจจะเปลี่ยนมาใช้วิธีกินยาเม็ดคุมกำเนิดแทนก็ได ้และจากการศึกษาผลของยาเม็ดคุมกำเนิดเหล่านี้ก็พบว่าปริมาณ   ฮอร์โมนที่มีอยู่นั้นมีไม่มากพอที่จะทำให้เกิดอันตราย  อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษา
แพทย์เพื่อ เลือกวิธีที่ดีที่สุดเฉพาะแต่ละบุคคล

 
       การดำน้ำในขณะที่ตั้งครรภ์ เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงจนกว่าจะรับบทเป็นคุณแม่ ในบางรายที่ทราบภายหลังจากดำน้ำว่าตัวเองตั้งครรภ์  ก็อาจจะเกิดความวิตกกังวลว่าทารกในครรภ์จะเป็นอย่างไรจนกระทั่งคลอด   (สาเหตุของการเกิดความผิดปกติ   บางทีอาจมาจาก ความวิตกกังวล)   ได้มีหน่วยงานทางการแพทย์ในต่างประเทศแนะนำไว้ว่าไม่ควรดำน้ำขณะที่ตั้งครรภ์   เพราะยังไม่มีการศึกษากันอย่างจริงจังถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น   จึงสรุปแบบปลอด ภัยไว้ก่อน อย่างที่ทราบกันดีว่า   ความกดดันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหากับสรีระของร่างกายระหว่างการดำน้ำ     ผลกระทบของความกดดันที่อาจเกิดขึ้นกับมารดาและทารก

       จึงอาจแบ่งได้ตามหัวข้อดังนี้

       Squeeze   เมื่อเกิดการบีบกดภายในช่องว่าง   อันเป็นผลมาจากความกดดันภายนอก มีมากกว่าความกดดันภายในร่างกายหลายๆ ท่านอาจคิดว่าน่าจะมีผลต่อทารกที่อยู่ภายในช่องท้องด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วทารกมีน้ำคร่ำห่อหุ้มอยู่รอบๆ   ตัวไม่มีที่ว่างให้อากาศ อยู่เลย ทารกจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความกดดัน ระหว่างที่มารดาดำน้ำอยู่

       Air Embolism เป็นอาการที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ    นักดำน้ำกลั้นหายใจขณะที่ว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ   (ไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตามก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าท่านดำน้ำขึ้นแบบนี้) หลังจากที่ใช้อากาศจากถังอากาศในการหายใจขณะที่อยู่ใต้น้ำ  ผลที่ตามมาก็คืออากาศในปอดจะขยายตัวขณะที่ขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้ถุงลมในปอดมีการฉีกขาด และมีฟองอากาศอุดตันอยู่ตามเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายตามที่หัวใจสูบฉีดโลหิตออกไปนั้น     ถ้าหากมารดาเกิดอาการนี้ขึ้นพบว่าทารกจะไม่ได้รับผลกระทบเพราะ ปอดของทารกที่อยู่ในครรภ์ยังไม่ทำงาน และยังไม่มีการหายใจเกิดขึ้นแต่เมื่อต้องนำมารดาเข้ารับการรักษาพยาบาลภายในRecompression Chamber ซึ่งจะใช้ความกดดันของก๊าซออกซิเจนที่มีค่าความกดประมาณ 2 ATM (29.4 ปอนด์ ต่อ ตารางนิ้ว) เพื่อทำให้ผู้ป่วยกลับไปอยู่ภายใต้สภาพความกดดันสูงอีกครั้ง ฟองอากาศที่ขยายตัวอุดตันอยู่ตามเส้นเลือดก็จะกลับมามีขนาดเล็กลง  และไหลเวียนได้จนกระทั่งเลือดที่มีฟองอากาศเหล่านั้นถูกส่งกลับมาฟอกที่ปอดอีกครั้ง  ในช่วงของการปรับความกดดันนี้แม้ว่าจะกระทำในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามทารกในครรภ์อาจได้รับผลกระทบ จากการได้รับก๊าซออก-ซิเจนในปริมาณที่มากเกินไป   ทำให้เกิดความผิดปกติต่อพัฒนาการของกล้ามเนื้อส่วนที่อยู่หลังแก้วตาได้   ทารกที่คลอดออกมาจึงอาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับ
นัยน์ตา

       Gas Toxicity อากาศที่เราหายใจนั้นมีก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ก๊าซไนโตรเจนซึ่งมีปริมาณมากกว่าก๊าซออกซิเจนถึง 3 เท่าจะมีผลต่อระบบ ประสาทและการรับรู้ที่ระดับความลึกประมาณ 100 ฟุต ทำให้สูญเสียความสามารถในการควบคุมตัวเอง ส่วนก๊าซออกซิเจนซึ่งผสมอยู่ในอากาศที่เราหายใจ  ในสัดส่วนที่น้อยกว่าก็จะมีผลกระทบต่อทารกที่ระดับความลึกกว่าคือ ประมาณ 297 ฟุต หรือที่ภายใต้ความกดดันประมาณ 10 ATM แต่การดำน้ำเพื่อการกีฬาได้ถูกกำหนดไว้ที่ความลึก 130 ฟุต ดังนั้นโอกาสที่ก๊าซออกซิเจนจะเป็นอันตรายต่อนักดำน้ำ และทารกจึงมีน้อยมาก ถ้านักดำน้ำที่กำลังตั้งครรภ์ยังคงรักษากฎการดำน้ำอย่างถูกวิธี สำหรับการขาดก๊าซออกซิเจนไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม  ทารกในครรภ์จะได้รับผลกระทบก็ต่อเมื่อ มารดาหยุดหายใจสายรกซึ่ง เป็นทาง ติดต่อส่งอาหาร และก๊าซออกซิเจนจากมารดามายังทารกจะหยุดทำงานเมื่อมีก๊าซออกซิเจนมาเลี้ยงไม่เพียงพอ

       Decompression Sickness ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทารกใน กรณีที่มารดาอยู่ในภาวะของการเป็นเบนด์
              - จากการทดลองโดยให้แกะที่ตั้งท้องอยู่ในสภาพความกดดันสูง แต่ไม่ถึงสภาวะที่จะเป็นเบนด์     ได้พบว่าแกะยังคงให้กำเนิดลูกแกะที่มีลักษณะปกติรวมทั้งการ ทดลองในภาวะที่เกิดเบนด์ทั้งที่มี และไม่มีการนำแกะเข้าห้องปรับความกดดันผลที่ได้ก็คือ    ลูกแกะที่คลอดออกมายังอยู่ในสภาพปกติ แต่ก็ยังไม่มีการศึกษาในรายละเอียดที่อาจเกิดขึ้นกับ คนเราโดยตรง
              - ฟองอากาศที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อของทารก พบว่ามีอัตราการเกิดฟองที่ช้ากว่าในเนื้อเยื่อของมารดา
              - จากการศึกษาพบว่านักดำน้ำที่ตั้งครรภ์ และลงดำน้ำที่ระดับลึกประมาณ 100 ฟุต และ ลึกกว่านั้นมีความเสี่ยงต่อการคลอดบุตรที่มีอาการผิดปกติมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ดำน้ำ

 


       อย่างไรก็ดี เพื่อความปลอดภัยสำหรับทารกในครรภ์   การงดดำน้ำในระหว่างนั้นย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด  ในขณะที่เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักแต่ ถ้าว่าที่คุณแม่ยังมี ใจรักที่จะดำน้ำ   หรืออยากพาทารกในครรภ์ลงไปเปลี่ยนบรรยากาศ   ก็ควรรักษาระดับความลึกของการดำน้ำไม่ให้ลึกเกินไประดับความลึกที่แนะนำคือ ไม่เกิน  30 ฟุต   (ได้เปลี่ยนจาก 1 บรรยากาศ มาเป็น2 บรรยากาศ) ซึ่งไม่ว่าอย่างไรเมื่อขนาดของครรภ์ขยายมากเกินกว่าที่จะใส่ชุดดำน้ำได้    ว่าที่คุณแม่ก็จำเป็นจะต้องหยุดดำน้ำไปเองและภายหลังจากคลอดแล้วควรเว้น  ระยะอย่างน้อย 6 อาทิตย์ก่อนที่จะกลับมาดำน้ำอีกครั้งหนึ่ง และข้อแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับ กรณีเหล่านี้ก็คือควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป

รายละเอียดอ้างอิงมาจาก www.thaidiver.com



Name
Telephone
E-Mail
Topic
Description
Authentication CodeCAPTCHA Image



 *





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
HotelClub - Discount Hotel Reservation ร้านหนังสือดอกหญ้า